พลังงานหินน้ำมันทรายน้ำมัน
พลังงานหินน้ำมันทรายน้ำมัน พิมพ์ อีเมล

 

ข้อมูลสำหรับนักลงทุน

  • ข้อมูลเทคโนโลยี

    หินน้ำมัน (Oil Shale) คือ หินตะกอนชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยอินทรียวัตถุในรูปของสารที่เรียกว่า คีโรเจน (Kerogen) และคีโรเจนนี้เอง เมื่อถูกทำให้ร้อนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ประมาณ 500 องศาเซลเซียส จะให้น้ำมันและก๊าซไฮโดรคาร์บอนออกมา สำหรับการเกิดของหินน้ำมันนั้น เกิดจากพวกพืชและสัตว์ที่ตายแล้ว ซึ่งได้สะสมรวมกันกับเศษหินดินทรายต่าง ๆ อยู่ในที่ที่เคยเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ทั่วไปมาก่อน เมื่อเวลาได้ผ่านไปนานนับล้านปี พวกอินทรียวัตถุอันได้แก่ ซากพืชและสัตว์ต่าง ๆ ดังกล่าวนั้น ก็จะแปรสภาพเป็นสารคล้ายยางเหนียว ๆ หรือที่เรียกว่า คีโรเจน ส่วนเศษหินดินทรายต่าง ๆ ซึ่งมีสารคีโรเจนอยู่ด้วยนี้ ก็แปรสภาพเป็นหินตะกอนออกสีเข้ม เรียกว่า หินน้ำมัน

    ทรายน้ำมัน (Tar Sand) หมายถึง ทรายที่ประกอบไปด้วยไฮโดรคาร์บอนและอินทรีย์สารอื่นๆ รวมตัวกันอยู่ในลักษณะของน้ำมันหนัก (Heavy Crude Oil) แทรกอยู่ตามช่องว่าง และทำหน้าที่คล้ายสารเชื่อมประสานเม็ดทรายเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบเจือปนของอนินทรีย์สารอื่น เช่น วานาเดียม เหล็ก ทองแดง และอื่น ๆ บ้างเล็กน้อย และยังมีน้ำซึ่งมักจะเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วยเสมอ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแอ่งต้นกำเนิดของทรายน้ำมันในที่ที่มีสภาวะแวดล้อมแตกต่างกันไป ทรายน้ำมันมีชื่อเรียกกันหลายอย่าง เช่น Tar Sand, Bituminous Sand, Oil Sand และน้ำมันที่สะกัดออกมาได้ จะเรียกว่า Tar Oil, Sand Oil, Bituminous Oil หรือ Asphaltic Oil เป็นต้น

    ในส่วนของเหลวหรือน้ำมันหนัก จะประกอบด้วยน้ำมัน 50-60% ยางเหนียว (Gum content) ประมาณ 60-75% และยางมะตอย (Asphalts) ประมาณ 15-25% ซึ่งจะทำให้น้ำมันมีสภาพครึ่งแข็งครึ่งเหลว มีความเหนียวและสีดำ และไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปมาได้ เช่นเดียวกับน้ำมันดิบทั่ว ๆ ไป แต่สามารถนำไปปรับสภาพดัดแปลงด้วยกรรมวิธีทางเคมี เพื่อที่จะทำให้ได้เป็นน้ำมันดิบคุณภาพดี ที่เรียกว่า Synthetic Crude Oil หรือ Syn-crude เป็นวัตถุดิบเพื่อการผลิตเชื้อเพลิงที่ดีเช่นเดียวกับน้ำมันปิโตรเลียม

    กรรมวิธีของการสกัดหรือผลิตน้ำมันจากหินน้ำมัน เริ่มต้นด้วยการเปิดผิวดิน เพื่อขุดตักเอาหินน้ำมันออกมาบดให้ได้ขนาด แล้วป้อนไปยังโรงงาน ผ่านกรรมวิธีต่างๆ เพื่อเปลี่ยนรูปของสารคีโรเจนให้กลายเป็นไอของไฮโดร์คาร์บอน ไอของไฮโดรคาร์บอนนี้ก็จะถูกแยกออกไป ทำให้กลายเป็นของเหลว และนำเอาของเหลวที่ได้นำไปทำการกลั่น ณ โรงกลั่นต่อไป จากกรรมวิธีดังกล่าว จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมการสกัดน้ำมันจากหินน้ำมัน จะก่อให้เกิดปัญหาสภาพมลภาวะตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของฝุ่นละอองที่ปลิวขึ้นไปสู่บรรยากาศ และการทิ้งกากหินน้ำมันที่ผ่านกรรมวิธีแล้ว

    การใช้ประโยชน์จากหินน้ำมัน โดยทั่วไปสามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้
    • การใช้หินน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงโดยตรง คือ การนำหินน้ำมันมาบดเป็นผงแล้วพ่นเข้าไปในเตาที่ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะเมื่อพ่นเข้าไป แล้วจะเกิดการเผาไหม้โดยตรงพลังงานความร้อนที่ได้รับจากการเผาไหม้นี้สามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้
    • การใช้ประโยชน์จากหินน้ำมัน คือการนำหินน้ำมันมาสกัดเพื่อให้ได้น้ำมันหินออกมาและนำไปใช้ประโยชน์ได้
    • การใช้ประโยชน์จากกากหินน้ำมัน เป็นการใช้ผลพลอยได้จากการใช้หินน้ำมันคุณภาพต่ำโดยสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง เช่น ผสมปูนซีเมนต์ หรืออิฐก่อสร้าง เป็นต้น การใช้ประโยชน์จากหินน้ำมันในอุตสาหกรรมต่างๆยังไม่มีการพัฒนาอย่างกว้างขวางแต่มีผู้ให้ความสนใจกันมากขึ้นในฐานะพลังงานทดแทนรูปแบบหนึ่ง ภายหลังจากการเกิดวิกฤติการณ์น้ำมันเมื่อปลายปี 2516 เป็นต้นมา ในด้านการนำหินน้ำมันมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้านั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ โดยความร่วมมือของกรมทรัพยากรธรณี กำลังศึกษาความ เหมาะสม และความเป็นไปได้ในการนำหินน้ำมันมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเป็นพลังงานทดแทนอีกรูปแบบหนึ่ง
  • ข้อมูลสนับสนุนในการลงทุน
    • ศักยภาพของหินน้ำมัน
      แหล่งหินน้ำมันที่พบในโลกปัจจุบัน และอาจสามารถสกัดและผลิตน้ำมันได้คุ้มค่า ได้แก่ แหล่งหินน้ำมันในสหรัฐอเมริกา ซึ่งครอบคลุมบริเวณของมลรัฐโคโรลาโด ไวโอมิ่ง ยูท่าห์ โดยสามารถให้น้ำมันถึง 240 ลิตรต่อเมตริกตัน แหล่งที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่ง และนับว่าเป็นประเทศที่สามารถผลิตและสกัดน้ำมันจากหินน้ำมันเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ แหล่งในประเทศจีน โดยหินน้ำมันสามารถให้น้ำมันได้ถึง 320 ลิตรต่อเมตริกตัน

      สำหรับในประเทศไทย จากการสำรวจแหล่งหินน้ำมันระหว่างปี 2517 – 2526 พบแหล่งหินน้ำมันจำนวน 9 แห่ง มีปริมาณสำรองทางธรณีวิทยารวมกันไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านเมตริกตัน แหล่งหินน้ำมันส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศ โดยเฉพาะแหล่งหินน้ำมันแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นแหล่งหินน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด และจากการศึกษาวิเคราะห์สกัดหินน้ำมัน พบว่า ให้ปริมาณน้ำมันเฉลี่ยโดยประมาณ 5% โดยน้ำหนัก หรือประมาณ 52 ลิตรต่อหินน้ำมัน 1 เมตริกตัน

      แหล่งทรายน้ำมันที่สำคัญของโลก ได้แก่ แหล่งในอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันทรายที่ใหญ่ที่สุด ทรายน้ำมันจะคลุมบริเวณกว่า 75,000 ตารางกิโลเมตร ส่วนที่หนาที่สุด หนาถึง 60 เมตร ในปัจจุบันทำการเปิดเหมืองและขุดลอกขึ้นมาประมาณ 1,000,000 ตันต่อวัน สกัดน้ำมันดิบได้ประมาณ 6,500 เมตริกตันต่อวัน นอกจากนี้ ก็พบที่ประเทศเวเนซูเอล่า ประเทศรัสเซีย เป็นต้น สำหรับแหล่งทรายน้ำมันในประเทศไทยที่พบที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในบริเวณที่ไม่ห่างจากตำแหน่งที่พบน้ำมันปิโตรเลียมมากนัก
  • การสนับสนุนจากรัฐบาล/กระทรวงพลังงาน
  • ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

แหล่งผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์

  • แหล่งผลิตและจำหน่ายต่างประเทศ

แหล่งรับออกแบบและติดตั้ง

ประชาชนทั่วไป/นักศึกษา